การเรียนรู้แบบปรับเปลี่ยนได้ (Adaptive Learning) กำลังก้าวสู่มิติใหม่ที่น่าตื่นเต้นยิ่งกว่าเดิม ไม่ใช่แค่การปรับเนื้อหาตามความเข้าใจของผู้เรียน แต่เป็นการนำ AI มาสร้าง “บทเรียนที่หายใจได้” หรือบทเรียนที่มีชีวิต ชีวา พร้อมปรับเปลี่ยนและเติบโตไปพร้อมกับผู้เรียนแบบเรียลไทม์ ซึ่งสิ่งนี้จะพลิกโฉมห้องเรียนและประสบการณ์การเรียนรู้ของเราไปตลอดกาล
ข่าวล่าสุดที่กำลังเป็นที่ฮือฮาคือ การเปิดตัว “Project Chimera” โดย Knewton บริษัทผู้บุกเบิกด้าน Adaptive Learning ร่วมกับสถาบันวิจัยการศึกษาแห่งหนึ่งในสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม 25 ที่ผ่านมา เป็นโครงการนำร่องที่ใช้ AI สร้างบทเรียนคณิตศาสตร์สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย โดย AI ไม่ได้เป็นเพียงผู้แนะนำเนื้อหาที่เหมาะสมเท่านั้น แต่ยังสามารถสร้างโจทย์ปัญหาใหม่ๆ ในระดับความยากที่เหมาะสมแบบเฉพาะบุคคล และที่สำคัญคือ AI สามารถวิเคราะห์อารมณ์ความรู้สึกของนักเรียนจากรูปแบบการตอบคำถามและปฏิกิริยาบนหน้าจอ เพื่อปรับโทนการสอนและวิธีการกระตุ้นให้สอดคล้องกับสภาพจิตใจของนักเรียนแต่ละคน
Knewton ได้ผนวกเอาแนวคิดเรื่อง ‘Grit’ หรือความอึดและความมานะพากเพียร ซึ่งเป็นผลงานวิจัยของ แอนเจลา ดั๊กเวิร์ธ (Angela Duckworth) นักจิตวิทยาชื่อดัง เข้ามาใน Project Chimera ด้วย โดย AI จะไม่ได้มุ่งเน้นเพียงแค่ผลลัพธ์การเรียนรู้ แต่ยังพยายามปลูกฝังความพยายามและทัศนคติที่ดีต่อการเรียนรู้ แม้นักเรียนจะเจอความท้าทาย AI จะช่วยนำทางให้พวกเขาก้าวผ่านอุปสรรค โดยไม่ยอมแพ้ พร้อมทั้งให้การเสริมแรงในเวลาที่เหมาะสม
คำถามที่หลายคนสงสัยคือ Adaptive Learning คืออะไร? ในบริบทนี้ Adaptive Learning ไม่ใช่แค่ระบบที่ปรับความเร็วในการนำเสนอเนื้อหา แต่เป็นการสร้างประสบการณ์การเรียนรู้ที่ปรับเข้ากับสไตล์การเรียนรู้ จุดแข็ง จุดอ่อน เป้าหมาย และแม้กระทั่งอารมณ์ของผู้เรียนแบบละเอียดอ่อนที่สุด ซึ่งทั้งหมดนี้เกิดขึ้นได้ด้วยการประมวลผลข้อมูลในแบบเรียลไทม์ และนั่นคือสิ่งที่ Project Chimera กำลังพิสูจน์ให้เห็น
นักวิเคราะห์มองว่า นี่คือหมุดหมายสำคัญที่ทำให้ “อนาคตของการศึกษาเฉพาะบุคคล 2027” ไม่ใช่แค่ความฝันอีกต่อไป เมื่อ AI สามารถสร้างบทเรียนที่มีความเป็นมนุษย์มากขึ้น เข้าใจผู้เรียนได้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น การศึกษาจะไม่ใช่การยัดเยียดข้อมูล แต่เป็นการเดินทางร่วมกันระหว่างผู้เรียนกับเทคโนโลยีอัจฉริยะ ที่พร้อมจะเรียนรู้และปรับตัวไปพร้อมกับพวกเขา
แนวโน้มนี้บ่งชี้ว่าในอนาคตอันใกล้ ระบบการประเมินผลแบบเรียลไทม์จะมีความสำคัญอย่างยิ่ง ไม่ใช่แค่การวัดผลปลายภาค แต่เป็นการประเมินและปรับเปลี่ยนตลอดกระบวนการเรียนรู้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพสูงสุดให้กับผู้เรียนแต่ละคน Project Chimera เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของการก้าวเข้าสู่ยุคที่การศึกษาจะเป็นเหมือนโค้ชส่วนตัว ที่อยู่เคียงข้างและพร้อมสนับสนุนให้ผู้เรียนทุกคนได้ดึงศักยภาพสูงสุดของตัวเองออกมาอย่างแท้จริง
